ปรับปรุงกฎหมาย คุ้มครองคนตัวเล็ก

‘พีระพันธุ์’  มีบทบาทสำคัญในการร่างและผลักดันกฎหมายหลายฉบับเพื่อคุ้มครองประชาชน  ได้แก่

พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540  คือ กฎหมายที่ให้อำนาจศาลในการพิจารณาข้อสัญญาที่เอาเปรียบใน สัญญาสำเร็จรูป และสัญญาระหว่าง ผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ  เพื่อปกป้องผู้ที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อ และการซื้อขายห้องชุด ซึ่งหากพบข้อสัญญาไม่เป็นธรรม ศาลมีอำนาจสั่งให้ข้อสัญญานั้นมีผลบังคับใช้เท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี  โดย  ‘พีระพันธุ์’ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้มีกฎหมายฉบับนี้ เพื่อไม่ให้ผู้มีอำนาจมากกว่า (เช่น บริษัทใหญ่ๆ) เอาเปรียบผู้ที่อ่อนแอกว่า (เช่น ผู้บริโภคทั่วไป) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัญญาที่มีการกำหนดข้อสัญญาไว้ล่วงหน้าแล้ว
 
พ.ร.บ. ฮั้วประมูลว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542  หรือ “กฎหมายฮั้วประมูล” คือกฎหมายที่ออกมาเพื่อเอาผิดกับการสมยอมกันในการเสนอราคาประมูลงานของรัฐ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและป้องกันความเสียหายต่อประเทศชาติ โดย  ‘พีระพันธุ์’ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  เป็นประธานในการผลักดันให้เกิดกฎหมายฉบับนี้ เพื่อปราบปรามการทุจริตและฮั้วประมูลที่รุนแรงมากขึ้น  โดยให้ ป.ป.ช. มีอำนาจสอบสวนดำเนินคดี และมีการกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิด รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง
 
ร่างกฎหมายการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต เป็นร่างกฎหมายที่ ‘พีระพันธุ์’ พยายามผลักดันมาตลอด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้เน้นให้ความเป็นธรรมในการคิดอัตราดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม ป้องกันการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น การแก้ปัญหาหนี้เสีย การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (โดยเฉพาะข้อมูลเครดิต) และอำนาจของแบงก์ชาติในการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิต

ปรับปรุงกฎหมายระเบียบข้าราชการทหาร ในฐานะผู้ช่วยของ พลเอกปฐมพงศ์ เกษรศุกร์ อดีตที่ปรึกษากองทัพไทย  เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพสังคม โดยกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อ พ.ศ. 2550 และมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อนำเงินที่ได้มาไปใช้คืนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ.2477

ปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญายกเลิกอายุความคดีทุจริต ซึ่งส่งผลให้คดีทุจริตไม่มีอายุความอีกต่อไป ทั้งนี้เพื่ออุดช่องว่างไม่ให้ผู้กระทำผิดหลีกเลี่ยงการรับโทษ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้