8 จำนวนผู้เข้าชม |
วันที่ 8 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับ 1 ให้สัมภาษณ์ในรายการ "ฟังหูไว้หู" ทางช่อง 9 MCOT ถึงภาพรวมการเลือกตั้งปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่ดุเดือดเข้มข้น
.
นายพีระพันธุ์ ประเมินว่า การเลือกตั้งปี 2569 จะรุนแรงและดุเดือดกว่าปี 2566 อย่างชัดเจน เนื่องจากมีเงินจำนวนมหาศาลจากแหล่งที่มาไม่ชัดเจนไหลเข้าสู่การเมือง พร้อมแสดงความกังวลว่าทุนเทาจะพยายามเข้ามามีอิทธิพลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
.
อย่างไรก็ตาม นายพีระพันธุ์เชื่อมั่นว่ากระแสความนิยมของพรรครวมไทยสร้างชาติจะ "พุ่งขึ้น" เช่นเดียวกับการเลือกตั้งครั้งก่อน จากผลสำรวจในพื้นที่และการลงพื้นที่พบประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้พรรคจะส่งผู้สมัคร สส. เขต ลดลงเหลือ 246 คน เนื่องจากปัญหาคุณสมบัติผู้สมัครที่ กกต. ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ แต่ก็ยังส่ง สส. บัญชีรายชื่อครบ 100 คน
.
นายพีระพันธุ์ยอมรับว่าในอดีตมีการแยกทางกับบางกลุ่มทางการเมือง เนื่องจาก "หลักการไม่ตรงกัน" โดยยืนยันว่าตนเองเลือกต่อสู้กับสิ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหา ไม่ใช่ปลายเหตุ พร้อมระบุถึงการไม่ยอมอ่อนข้อให้ทุนเทา
“วันนี้สมาชิกที่อยู่กับผมมีแนวทางเดียวกัน ผมสบายใจที่จะสร้างพรรคการเมืองบนอุดมการณ์ ไม่ยอมให้ทุนใดครอบงำพรรคได้เด็ดขาด” นายพีระพันธุ์กล่าว
.
สำหรับการจัดตั้งรัฐบาล นายพีระพันธุ์วางกรอบชัดเจนว่า หากพรรคร่วมมีการกระทำผิดอย่างชัดแจ้ง จะไม่ร่วมรัฐบาลด้วย แต่หากเป็นเพียงข้อกล่าวหา ก็ต้องรอการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมย้ำว่าการกระทำผิดเป็นเรื่องส่วนบุคคล เว้นแต่พรรคการเมืองนั้นจะปล่อยปละละเลยหรือร่วมกระทำผิด โดยกรอบนโยบายหลักของการร่วมรัฐบาล ประกอบด้วยการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาอย่างเด็ดขาด , ปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง , จัดการทุนเทาและแก๊งสแกมเมอร์ด้วยมาตรการที่เข้มข้น และต้องไม่ดำเนินนโยบายใดที่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติ
.
นายพีระพันธุ์ประเมินเป้าหมาย สส. อย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคมีโอกาสรักษาจำนวนเดิมจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่ได้ 36 ที่นั่ง หรือเพิ่มขึ้นได้อีก 30 ที่นั่ง โดยคาดหวังพื้นที่ กทม. ภาคกลาง และภาคใต้บางส่วน ขณะที่ภาคอีสานเชื่อว่าคะแนนบัญชีรายชื่อจะดีขึ้น จากผลงานด้านพลังงานที่ประชาชนเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม
.
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ประชาชนจำนวนมากรู้สึกเบื่อการเมือง เบื่อความขัดแย้ง และมองว่านักการเมืองไม่สร้างประโยชน์ให้ประเทศ
"ผมทำงานการเมืองมากว่า 30 ปี ไม่มีประวัติทุจริต และมีผลงานชัดเจน โดยเฉพาะการลดค่าไฟ ตรึงราคาน้ำมันและแก๊ส ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพรรคเข้ามาเพื่อมาทำงาน ไม่ใช่มาเล่นการเมือง" นายพีระพันธุ์ กล่าว
.
หากได้กลับมาดูแลกระทรวงพลังงาน นายพีระพันธุ์ยืนยันว่า เป้าหมายคือการลดราคาพลังงานลงอีก ทั้งน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม โดยตั้งเป้าดีเซล 25 บาทต่อลิตร เตรียมออก พ.ร.ก. กำกับการค้าเชื้อเพลิง บังคับเปิดเผยต้นทุน ปฏิรูปกองทุนน้ำมัน และเสนอจัดตั้ง "คลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ" ส่วนไฟฟ้าตั้งเป้าราคาไม่เกิน 3.30 บาทต่อหน่วย พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาเคยตรึงราคา ก๊าซหุงต้ม 423 บาทต่อถัง 15 กก. ได้นานถึง 2 ปี
.
นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและทุนเทากำลังรุนแรงขึ้น เสนอให้มีกฎหมายกำหนดกรอบเวลาการดำเนินคดีที่ชัดเจน และเพิ่มโทษสแกมเมอร์ ที่สร้างความเสียหายร้ายแรง เพราะถือเป็นการ “ฆ่าคนในอีกรูปแบบหนึ่ง”
.
ร่วมรับชม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "ฟังหูไว้หู" ทางช่อง 9 MCOT : ยูทูป https://youtu.be/udoN7GmyYR0?si=PBB1FHpT719FOleI
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลา ที่ปรากฏ